เมื่อพูดถึงการประกวดสุนัข มักจะมีคำถามขึ้นมาว่า ประกวดอย่างไร มีกติกาอย่างไร และประกวดไปเพื่ออะไร เรื่องประกวดอย่างไรและมีกติกาอย่างไร จะอธิบายในลำดับถัดไป แต่จะขออธิบายคำถามสุดท้ายก่อนว่าประกวดเพื่ออะไร
ประกวดไปเพื่ออะไร
การประกวดสุนัขถือเป็นกิจกรรมหนึ่งของมนุษย์ที่วนเวียนอยู่ในสังคมโลกเราทุกวันนี้ สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์ชอบและให้ความใกล้ชิดมากที่สุด ความใกล้ชิดทำให้มนุษย์ซึ่งมีความคิดที่มีพัฒนาการอันกว้างไกลและไม่เคยหยุดนิ่ง พยายามที่จะนำสุนัขมาทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้งาน เพื่อการสันทนาการ งานอดิเรก และการค้า การประกวดสุนัขจึงก่อกำเนิดขึ้น ในสนามประกวดสุนัขทำให้เกิดอาชีพและธุรกิจต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นนักเพาะพันธุ์ นักตัดแต่งขน นักจูงสุนัข อุปกรณ์และอาหารสุนัข ที่สำคัญที่สุดได้แก่การนำไปสู่การพัฒนาสายพันธุ์สุนัขเพื่อการแข่งขัน โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าสายพันธุ์สุนัขที่มีการลงสนามประกวดจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ผลพลอยได้อีกอย่างได้แก่ธุรกิจการซื้อขายสุนัข นอกจากนี้ในสนามประกวดสุนัขยังเป็นจุดพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของบรรดาผู้นิยมเลี้ยงสุนัขอีกมากมาย เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันได้มารวมตัวกันทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สังคมทั่วโลกยอมรับและจะยังคงมีอยู่สืบต่อไป
  
ประเภทของการประกวดสุนัข
ในการประกวดสุนัขสามารถแบ่งประเภทการประกวดออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ
1. การประกวดที่รับรองโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) หรือที่เรียกว่า Cmpionship Show คือการประกวดสุนัขที่มีการเก็บสะสมคะแนนเพื่อก้าวไปสู่การเป็นแชมเปี้ยนประเทศไทย และนานาชาติ และต้องเป็นไปตามกฎกติกาสากลที่กำหนดไว้
2. การประกวดทั่วไป หรือที่เรียกว่า Open Show คือ การประกวดที่ไม่ต้องขึ้นกับสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(ประเทศไทย) ชมรม หรือกลุ่มบุคคล สามารถจัดงานประกวดเองได้ โดยทั่วไปจะอิงกฎกติกาที่เป็นสากลเป็นหลักในการประกวด ยกเว้นข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียนและไม่มีการสะสมคะแนน
การประกวดทั้งสองประเภท ยังจัดแบ่งย่อยออกเป็น การประกวดรวมสุนัขทุกสายพันธุ์ (AllBreed) กับ การประกวดเฉพาะสายพันธ์ (Specialty)
    
การแบ่งรุ่นสุนัขประกวด (Class) มีดังต่อไปนี้
สุนัขอายุ 3-6 เดือน (Baby) (ประกวดรวมเพศ)
สุนัขอายุ 6-9 เดือน (Minor Puppy)
สุนัขอายุ 9-12 เดือน (Puppy)
สุนัขอายุ 12-15 เดือน (Minor Junior)
สุนัขอายุ 15-18 เดือน (Junior)
สุนัขอายุ 18 เดือนขึ้นไป (Open)
รุ่นแชมเปี้ยน (Champion)
กติกาการประกวดสุนัขของสมาคมพัฒนาพันธ์สุนัข (ประเทศไทย)
(ทั้งนี้รวมถึงการจัดประกวดสุนัขของชมรมต่างๆที่ขึ้นตรงต่อสมาคมฯด้วย)
- ต้องนำสุนัขไปขึ้นทะเบียนกับสมาคมฯก่อนจึงจะมีสิทธิ์ลงประกวดได้
- ต้องสมัครประกวดสุนัขตามรุ่นอายุที่กำหนดเท่านั้น
- ชำระค่าสมัครประกวดตัวละ 500 บาท (FCI 600 บาท) / 2008
- ต้องไม่นำสุนัขที่เป็นสัดเข้าประกวด
- ต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามใส่กางเกงขาสั้นหรือสวมรองเท้าแตะ
- ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสมาคมฯอย่างเคร่งครัด
- ยอมรับผลการตัดสินของคณะกรรมการ
การเก็บคะแนนเพื่อเป็นแชมเปี้ยนประเทศไทย (Thailand Champion)
สุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปมีสิทธิ์เก็บคะแนนเพื่อเป็นแชมเปี้ยนประเทศไทย
- สุนัขเพศผู้และเพศเมียจะแยกกันเก็บคะแนน
- สุนัขที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่ได้ที่ 1 ในรุ่น ต้องไปชิง CC (Challenge Cetificate) กับสุนัขที่ได้ที่ 1 ของรุ่นอื่น ๆ ยกเว้นรุ่นแชมป์ ตัวไหนได้ที่ 1 จะได้ CC แล้วให้ตัวที่ได้ทีสองของรุ่นนั้นเข้ามาชิง Reserve CC กับสุนัขที่เหลือ
- สุนัขที่ได้ CC จะได้ 10 คะแนน บวกด้วย จำนวนสุนัขที่ชนะในวันนั้น แต่รวมกันต้องไม่เกิน 20 คะแนน ตัวที่ได้ Reserve CC จะได้ 2 คะแนน
- สุนัขเพศผู้ (CC Dog) และสุนัขเพศเมีย (CC Bitch) ในรายการเดียวกันต้องมาชิงตำแหน่ง Best Of Winner ตัวไหนชนะก็จะได้คะแนนบวกจากจำนวนสุนัขของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
- สุนัขตัวใดเก็บสะสมได้ 3 CC ขึ้น โดยการตัดสินของกรรมการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปไม่ซ้ำกัน และมี
คะแนนสะสมครบ 60 คะแนน จะได้เป็น Thailand Champion มีอักษรย่อ Th. Ch. นำหน้าชื่อในทะเบียน (สนใจ ติดตามอ่านเคล็ดไม่ลับสู่การเป็นแชมป์ ต่อไป)
ตำแหน่งที่ได้จากการประกวดสุนัข All Breed
- รุ่น Baby ที่ 1 ของทุกสายพันธุ์ (Best Baby In Breed) จะต้องเข้าไปชิงตำแหน่ง Best Baby In Group กับสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน เช่น สุนัขไทยหลังอาน ต้องไปชิงกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ ปอมเมอเรเนียน และบางแก้ว ฯลฯ ซึ่งอยู่ใน Group 5 ด้วยกัน ถ้าชนะได้ Best Baby In Group ก็จะได้เข้าไปชิงตำแหน่งสูงสุดในรุ่นเล็ก คือ Best Baby In Show กับสุนัขใน Group อื่นๆต่อไป
- รุ่น Minor Puppy กับ Puppy เพศผู้และเพศเมีย รวม 4 ตัว ต้องมาชิง Best Puppy In Breed เพื่อเข้าไปชิง Best Puppy In Group และ Best Puppy In Show ต่อไป
- รุ่น Minor Junior กับ Junior เพศผู้และเพศเมีย รวม 4 ตัว ต้องมาชิง Best Junior In Breed เพื่อเข้าไปชิง Best Junior In Group และ Best Junior In Show ต่อไป
- ที่ 1 ในรุ่นอายุ 18 เดือนขึ้นไป จะต้องชิงตำแหน่ง Best Of Breed กับ Best Puppy In Breed , Best Junior In Breed และ Champion ตัวที่ได้ที่ 1 เป็น Best Of Breed จะได้เข้าไปชิงตำแหน่ง Best In Group เพื่อไต่ไปชิงตำแหน่ง Best In Show ต่อไป
- กรณีการประกวดตามกฎของ FCI..สุนัขในรุ่นแชมเปี้ยน จะชิงที่ 1 กันเองก่อน ตัวที่ได้ที่ 1 จึงจะเข้าไปชิง Best Of Breed ในข้อ 4. ต่อไป
- สุนัขตัวใดได้ Best Of Breed และ Reserve Best Of Breed จะมีคะแนนสะสมแยกต่างหากจากคะแนน CC เพื่อความเป็น Top Dog Of The Year ต่อไป

|