หน้าหลัก - Home
ภาพไทยหลังอาน ลูกสุนัข - Gallery / puppy available ติดต่อเรา - Email to us
สรรสาระ - หมาไทยหลังอาน
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประกวดสุนัข

เมื่อพูดถึงการประกวดสุนัข มักจะมีคำถามขึ้นมาว่า ประกวดอย่างไร มีกติกาอย่างไร  และประกวดไปเพื่ออะไร  เรื่องประกวดอย่างไรและมีกติกาอย่างไร จะอธิบายในลำดับถัดไป แต่จะขออธิบายคำถามสุดท้ายก่อนว่าประกวดเพื่ออะไร 

ประกวดไปเพื่ออะไร
การประกวดสุนัขถือเป็นกิจกรรมหนึ่งของมนุษย์ที่วนเวียนอยู่ในสังคมโลกเราทุกวันนี้  สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์ชอบและให้ความใกล้ชิดมากที่สุด ความใกล้ชิดทำให้มนุษย์ซึ่งมีความคิดที่มีพัฒนาการอันกว้างไกลและไม่เคยหยุดนิ่ง พยายามที่จะนำสุนัขมาทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้งาน  เพื่อการสันทนาการ  งานอดิเรก  และการค้า  การประกวดสุนัขจึงก่อกำเนิดขึ้น  ในสนามประกวดสุนัขทำให้เกิดอาชีพและธุรกิจต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นนักเพาะพันธุ์ นักตัดแต่งขน  นักจูงสุนัข  อุปกรณ์และอาหารสุนัข  ที่สำคัญที่สุดได้แก่การนำไปสู่การพัฒนาสายพันธุ์สุนัขเพื่อการแข่งขัน โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าสายพันธุ์สุนัขที่มีการลงสนามประกวดจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ  ผลพลอยได้อีกอย่างได้แก่ธุรกิจการซื้อขายสุนัข นอกจากนี้ในสนามประกวดสุนัขยังเป็นจุดพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของบรรดาผู้นิยมเลี้ยงสุนัขอีกมากมาย เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันได้มารวมตัวกันทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สังคมทั่วโลกยอมรับและจะยังคงมีอยู่สืบต่อไป

ประเภทของการประกวดสุนัข
ในการประกวดสุนัขสามารถแบ่งประเภทการประกวดออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ

1. การประกวดที่รับรองโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) หรือที่เรียกว่า Cmpionship Show คือการประกวดสุนัขที่มีการเก็บสะสมคะแนนเพื่อก้าวไปสู่การเป็นแชมเปี้ยนประเทศไทย และนานาชาติ และต้องเป็นไปตามกฎกติกาสากลที่กำหนดไว้

2. การประกวดทั่วไป หรือที่เรียกว่า Open Show   คือ การประกวดที่ไม่ต้องขึ้นกับสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(ประเทศไทย)  ชมรม  หรือกลุ่มบุคคล สามารถจัดงานประกวดเองได้  โดยทั่วไปจะอิงกฎกติกาที่เป็นสากลเป็นหลักในการประกวด  ยกเว้นข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียนและไม่มีการสะสมคะแนน
การประกวดทั้งสองประเภท ยังจัดแบ่งย่อยออกเป็น การประกวดรวมสุนัขทุกสายพันธุ์ (AllBreed)  กับ การประกวดเฉพาะสายพันธ์ (Specialty)

การแบ่งรุ่นสุนัขประกวด (Class) มีดังต่อไปนี้
สุนัขอายุ 3-6 เดือน  (Baby)  (ประกวดรวมเพศ)
สุนัขอายุ 6-9 เดือน  (Minor Puppy) 
สุนัขอายุ 9-12 เดือน  (Puppy)
สุนัขอายุ 12-15 เดือน  (Minor Junior)
สุนัขอายุ 15-18 เดือน  (Junior)
สุนัขอายุ 18 เดือนขึ้นไป  (Open)
รุ่นแชมเปี้ยน (Champion)

กติกาการประกวดสุนัขของสมาคมพัฒนาพันธ์สุนัข (ประเทศไทย)
(ทั้งนี้รวมถึงการจัดประกวดสุนัขของชมรมต่างๆที่ขึ้นตรงต่อสมาคมฯด้วย)

  1. ต้องนำสุนัขไปขึ้นทะเบียนกับสมาคมฯก่อนจึงจะมีสิทธิ์ลงประกวดได้
  2. ต้องสมัครประกวดสุนัขตามรุ่นอายุที่กำหนดเท่านั้น
  3. ชำระค่าสมัครประกวดตัวละ 500 บาท  (FCI 600 บาท)  / 2008
  4. ต้องไม่นำสุนัขที่เป็นสัดเข้าประกวด
  5. ต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามใส่กางเกงขาสั้นหรือสวมรองเท้าแตะ
  6. ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสมาคมฯอย่างเคร่งครัด
  7. ยอมรับผลการตัดสินของคณะกรรมการ

การเก็บคะแนนเพื่อเป็นแชมเปี้ยนประเทศไทย (Thailand Champion)
สุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปมีสิทธิ์เก็บคะแนนเพื่อเป็นแชมเปี้ยนประเทศไทย

  1. สุนัขเพศผู้และเพศเมียจะแยกกันเก็บคะแนน
  2. สุนัขที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่ได้ที่ 1 ในรุ่น  ต้องไปชิง CC (Challenge Cetificate) กับสุนัขที่ได้ที่ 1 ของรุ่นอื่น ๆ  ยกเว้นรุ่นแชมป์   ตัวไหนได้ที่ 1 จะได้ CC  แล้วให้ตัวที่ได้ทีสองของรุ่นนั้นเข้ามาชิง Reserve CC กับสุนัขที่เหลือ
  3. สุนัขที่ได้ CC จะได้ 10 คะแนน บวกด้วย จำนวนสุนัขที่ชนะในวันนั้น แต่รวมกันต้องไม่เกิน 20 คะแนน   ตัวที่ได้ Reserve CC จะได้ 2 คะแนน
  4. สุนัขเพศผู้ (CC Dog) และสุนัขเพศเมีย (CC Bitch) ในรายการเดียวกันต้องมาชิงตำแหน่ง Best Of Winner  ตัวไหนชนะก็จะได้คะแนนบวกจากจำนวนสุนัขของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
  5. สุนัขตัวใดเก็บสะสมได้ 3 CC ขึ้น โดยการตัดสินของกรรมการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปไม่ซ้ำกัน และมี

คะแนนสะสมครบ 60 คะแนน จะได้เป็น Thailand Champion มีอักษรย่อ Th. Ch. นำหน้าชื่อในทะเบียน  (สนใจ ติดตามอ่านเคล็ดไม่ลับสู่การเป็นแชมป์ ต่อไป)

ตำแหน่งที่ได้จากการประกวดสุนัข All Breed

  1. รุ่น Baby ที่ 1 ของทุกสายพันธุ์ (Best Baby In Breed) จะต้องเข้าไปชิงตำแหน่ง Best Baby In Group กับสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน เช่น สุนัขไทยหลังอาน ต้องไปชิงกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้  ปอมเมอเรเนียน   และบางแก้ว ฯลฯ  ซึ่งอยู่ใน Group 5 ด้วยกัน  ถ้าชนะได้ Best Baby In Group ก็จะได้เข้าไปชิงตำแหน่งสูงสุดในรุ่นเล็ก คือ Best Baby In Show กับสุนัขใน Group อื่นๆต่อไป
  2. รุ่น Minor Puppy กับ Puppy เพศผู้และเพศเมีย รวม 4 ตัว ต้องมาชิง Best Puppy In Breed  เพื่อเข้าไปชิง Best Puppy In Group และ Best Puppy In Show ต่อไป
  3. รุ่น Minor Junior กับ Junior เพศผู้และเพศเมีย รวม 4 ตัว ต้องมาชิง Best Junior In Breed  เพื่อเข้าไปชิง Best Junior In Group และ Best Junior In Show ต่อไป
  4. ที่ 1 ในรุ่นอายุ 18 เดือนขึ้นไป  จะต้องชิงตำแหน่ง Best Of Breed กับ Best Puppy In Breed ,  Best Junior In Breed และ Champion   ตัวที่ได้ที่ 1 เป็น Best Of Breed จะได้เข้าไปชิงตำแหน่ง  Best In Group เพื่อไต่ไปชิงตำแหน่ง Best In Show ต่อไป
  5. กรณีการประกวดตามกฎของ FCI..สุนัขในรุ่นแชมเปี้ยน จะชิงที่ 1 กันเองก่อน ตัวที่ได้ที่ 1 จึงจะเข้าไปชิง Best Of Breed ในข้อ 4. ต่อไป
  6. สุนัขตัวใดได้ Best Of Breed และ Reserve Best Of Breed จะมีคะแนนสะสมแยกต่างหากจากคะแนน CC เพื่อความเป็น Top Dog Of The Year  ต่อไป

เจดีย์ไทยหลังอาน

 
สิงหาาคม ๒๕๕๑

ชมรมสร้างสรรค์สุนัขพันธุ์ไทย Creative Thai Dog Club Email: trdthaiclub@yahoo.com

Thai ridgeback dog, Ridgeback dog, Primitive, pet, puppy, Thairidgeback, TRD, Thai Dog, Mahthai, Lang ahn, สุนัขไทยหลังอาน, หมาไทยหลังอาน, หมาไทย, สุนัขไทย, หลังอาน, ลูกหมา, หลังอาน, สัตว์เลี้ยง